โมดูลต่างๆของ SAP

โมดูลของ SAP มีดังนี้

SAP คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่ง ที่ทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับทรัพยากรขององค์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่ง SAP จัดเป็น ERP ประเภทหนึ่งนั้นเอง การทำงานในปัจจุบันจะเป็น R/3 (ทำงานแบบ Client/Server) โดย
ในส่วน Application ทั้งหมดของระบบ SAPนั้น ถูกพัฒนาขึ้นด้วยภาษา ABAP หรือ Advance Business Application Programming (ABAP/4 ซึ่งเป็นภาษาโปรแกรมในยุคที่ 4 หรือ 4GL เป็นคำที่เรียกใน SAP Release 3.0 ส่วนใน SAP Release 4.0 เป็นต้นไป จะเรียกว่า ABAP เนื่องจากมีการพัฒนาภาษาโปรแกรม ABAP เป็นแบบObject-Oriented มากขึ้น) ในส่วนของ Run Time หรือ Kernel ของระบบ SAP นั้นถูกพัฒนามาจากภาษา C/C++ ในส่วนของการ Implement ระบบ SAP นั้น จะมีการทำ Customization หรือ Configuration (จริงๆแล้วก็คือการกำหนดค่า Parameter ต่างๆ) ผ่านทาง Implementation Guide (IMG) เพื่อให้ระบบงาน SAP ทำงานได้กับองค์กรนั้นๆซึ่งก็คือ SAP เป็น ERP Software Package ที่มีการทำงานในส่วนของ Customization ในระบบ SAP ให้เข้ากับหน่วยงานนั้นๆได้

Module ต่างๆของ SAP

ใน SAP 4.7 Enterprise ลงไป เค้าจะเรียกว่า SAP R/3 ซึ่งหมายถึง โครงสร้าง 3-tier client/server ซึ่งประกอบด้วย

1. Presentation Server (เป็น GUI คือฝั่ง client นั่นเอง)

2. Application Server

3.  Database Server

ใน SAP 4.7 Enterprise ลงไปนั้น เราจะแบ่ง SAP เป็น module ต่างๆ ดังรูป

จากภาพเป็นการแสดงถึงระบบจำลองของ SAP ซึ่งประกอบไปด้วยโมดูลมากมาย ซึ่งแต่ละโมดูลมีฟังก์ชั่นการทำงาน และหน้าที่ต่างกันออกไปตามสายงาน โดยมี ABAP เป็นตัวเชื่อมโมดูลต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน
โมดูลของ SAP มีดังนี้
FINANCIAL ACCOUNTING (Fl) – ระบบบัญชีไฟแนนซ์

เป็นระบบบัญชีแยกประเภทซึ่งง่ายและสะดวกในการใช้งาน เช่น สามารถกลับรายการให้อัตโนมัติ
(Reversing Voucher) และยังสามารถรองรับรายการที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน เช่น รายการชำระค่างวดต่าง ๆ(Recurring Voucher) รวมถึงยังสามารถกำหนดสูตรในการทำการจัดสรรบัญชีต่าง ๆได้อัตโนมัติ  สามารถทำงานร่วมกันหลายๆ บริษัทฯ หรือ หลายๆ หน่วยงาน  สามารถกำหนดรายงานได้ตามความต้องการ (Report Writer)เพื่อจัดทำงบการเงินและรายงานอื่นๆ ได้ตามต้องการ

ระบบบัญชีมีอยู่หลายระบบ คือ

• General ledger
• Book close
• Tax
• Accounts receivable
• Accounts payable
• Consolidation
• Special ledgers

CONTROLLING (CO) – ระบบควบคุมต้นทุน

โปรแกรมจัดการเกี่ยวกับระบบต้นทุนการผลิต (Job Cost ) ช่วยในการจัดการบริหารการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งระบบต้นทุนการผลิตสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตสินค้าได้อย่างถูกต้อง เพราะสามารถที่จะกำหนดสูตรการผลิตสินค้าได้ เพื่อเพิ่มการควบคุมวัตถุดิบให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในการผลิต สามารถประมาณการผลิตล่วงหน้าได้ก่อนที่จะมีการผลิตจริงเพื่อใช้ในการ วิเคราะห์ต้นทุนในการผลิต การจัดสรรเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต เช่น แรงงาน วัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต โปรแกรมสามารถอ้างอิงเอกสารจากระบบขายสินค้าได้ในกรณีที่มีการผลิตตามใบสั่งซื้อของลูกค้า เพื่อความถูกต้องในการอ้างอิงข้อมูลมาเพื่อทำการผลิตสินค้า และสามารถสร้างเอกสารใบขอซื้อให้อัตโนมัติในกรณีที่ไม่มีสินค้าในคลัง และตัดยอดสินค้าให้ในกรณีที่มีการเบิกวัตถุดิบไปผลิต ในระหว่างการผลิตหากมีการเบิกวัตถุดิบเพิ่ม, การส่งคืนวัถตุดิบ และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากประมาณการผลิตก็สามารถบันทึกรายการตามที่ เกิดขิ้นจริงได้ เมื่อผลิตสินค้าเสร็จ โปรแกรมจะมีระบบตรวจสอบสินค้าของสินค้าที่ผลิต (QC) เพื่อพิจารณาของดีหรือของเสียเพื่อนำเข้าคลังสินค้า ในกรณีที่มีของเสียก็สามารถนำไปผลิตใหม่ได้ และสามารถปันส่วนโสหุ้ยการผลิตได้ในกรณีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องการเพิ่มเป็นต้นทุนของสินค้า สิ่งที่สำคัญของการผลิตสินค้า คือการรับรู้ต้นทุนการผลิตที่ประมาณการไว้กับต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง โดยโปรแกรมจะสรุปต้นทุนการผลิตที่เกิดขึ้นจริงจากการปิดใบสั่งผลิตเพื่อ เปรียบเทียบกับยอดประมาณการผลิตที่ตั้งไว้ และนำมาพิจารณาเพื่อปรับวิธีการทำงานหรือขั้นตอนการผลิต สามารถลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากยิ่งขึ้น

ระบบควบคุมต้นทุนมีอยู่หลายระบบ คือ

• Cost elements
• Cost centres
• Profit centres
• Internal orders
• Activity based costing
• Product costing
มีโมดูลย่อยได้แก่
Overhead Cost Controlling (CO-OM)
• Cost and Revenue Element Accounting (CO-OM-CEL)
• Cost Center Accounting (CO-OM-CCA)
• Overhead Orders (CO-OM-OPA)
• Activity-Based Costing (CO-OM-ABC)
Product Cost Controlling (CO-PC)
• Product Cost Controlling (CO-PC)
• Product Cost Planning (CO-PC-PRD)
• Cost Object Controlling (CO-PC-OBJ)
Profitability Analyses (CO-PA)

ASSET MANAGEMENT (AM) – ระบบการบริหารจัดการทรัพย์สิน

เป็นระบบที่ช่วยในการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน นอกจากคำนวณค่าเสื่อมราคาแล้ว ยังมีระบบทะเบียนทรัพย์สินที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการติดตามประวัติการใช้งานและค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของสินทรัยพ์แต่ละตัว สามารถพิมพ์บาร์โค้ดเพื่อนำไปติดอยู่บนสินทรัพย์แต่ละชิ้น สามารถใช้งานร่วมกับ Barcode Scanner, Barcode Reader, Handheld PC และอุปกรณ์อื่นๆ

  • รหัสทรัพย์สินสามารถแจกแจงได้เป็น Asset Group, Asset Sub-Group
  • GL Transaction แยกตาม Asset Group และ ตาม Cost Center
  • หน่วยงานที่รับผิดชอบทรัพย์สินสามารถบันทึกรายละเอียดตามสถานที่ตั้ง(Location),พนักงานที่ดูแลทรัพย์สิน
  • กำหนดรหัสของทรัพย์สินหลัก (Parent Asset Code) ได้ และสามารถรายงานโดย Sort ตาม รหัสทรัพย์สินหลักได้
  • กำหนดวิธีการคำนวณค่าเสื่อมราคาของแต่ละทรัพย์สิน มีให้เลือก 4 วิธี 1.Straight Line 2.Declining 3.Double Declining 4.None (สำหรับทรัพย์สินที่กฏหมายกำหนดไว้ว่าไม่ต้องคำนวณค่าเสื่อมราคา เช่น ที่ดิน เป็นต้น)
  • บันทึกรายละเอียดต้นทุนของทรัพย์สินแต่ละตัว เช่น ราคาทรัพย์สิน, ค่าติดตั้ง, ค่าขนส่ง ,ค่าภาษี เป็นต้น
  • สามารถบันทึกรายการซื้อย้อนหลังโดยให้ระบบคำนวณค่าเสื่อมราคาตั้งแต่วันที่ซื้อ บันทึกเป็นค่าเสื่อมราคาในงวดปัจจุบันได้
  • บันทึกประวัติรายละเอียดการซ่อมแต่ละครั้งได้
  • บันทึกการโอนย้ายทรัพย์สินระหว่าง หน่วยงาน,สถานที่ตั้ง,ผู้ดูแล พร้อมรายงานตรวจสอบความถูกต้องก่อนยืนยันการโอน
  • บันทึกการขายทรัพย์สินหรือหยุดคำนวณค่าเสื่อม พร้อมรายงานเพื่อให้อนุมัติการตัดจำหน่าย
  • มีรายงานทะเบียนทรัพย์สินพร้อมค่าเสื่อมราคา โดยแยกตามหน่วยงาน, โครงการ
  • มีรายงานค่าเสื่อมราคา ประจำเดือนแบบสรุป สามารถแสดงทั้งยอดยกมา,รายการที่ตัดจำหน่วยในงวด,รายการที่ซื้อมาใหม่ในงวด และค่าเสื่อมของงวดปัจจุบัน
  • มีรายงานวางแผนการจัดซื้อหรือตัดจำหน่ายล่วงหน้า 5 ปี (Planing Report)
  • มีรายงานทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีโรงเรือน (Property Tax)
  • รายงานการตรวจนับทรัพย์สิน สามารถสั่งให้ Sort ตาม Location ก่อนได้ เนื่องจากทรัพย์สินบางตัวถูกคำนวณค่าเสื่อมราคาของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ตัวทรัพย์สินไม่ได้ตั้งอยู่ที่หน่วยงานนั้น
  • รายงานทรัพย์สินที่เข้ามาระหว่าง งวด สามารถแยกเป็นทรัพย์สินที่เริ่มใช้งานแล้วหรืออยู่ระหว่างการติดตั้ง สามารถเลือกรายงานได้ทั้ง Monthly และ Yearly
  • มีรายงานทรัพย์สินที่จำหน่ายไปหรือตัดบัญชีไประหว่างงวด สามารถเลือกรายงานได้ทั้ง Monthly และ Yearly

PROJECT SYSTEMS (PS) – ระบบบริหารโปรเจ็กต์งาน

• Make to order
• Plant shut downs (as a project)
• Third party billing (on the back of a project)

SALES AND DISTRIBUTION (SD) - ระบบการขาย และการจัดจำหน่าย

ระบบบริหารการขายมีอยุ่หลายระบบ คือ

• RFQ
• Sales orders
• Pricing
• Picking (and other warehouse processes)
• Packing
• Shipping

MATERIAL MANAGEMENT (MM) - ระบบบริหารวัสดุอุปกรณ์

โปรแกรมสินค้าคงคลัง PDP คือเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการการเคลื่อนไหวของสินค้าสำเร็จรูป วัตถุดิบ เครื่องมืออุปกรณ์ วัสดุสินเปลือง เครื่องใช้สำนักงาน ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลโดยตรงกับผลการดำเนินงานของธุรกิจว่าจะมีกำไรหรือขาดทุน โปรแกรมสต็อคยังช่วยในการควบคุมวัตถุดิบให้พอเหมาะต่อการใช้งานเพื่อไม่ให้มากเกินไป (ทำให้ต้นทุนสินค้าที่ผลิตสูงขึ้น) หรือน้อยเกินไป (ทำให้เสียโอกาสในการขายเพราะผลิตสินค้าไม่ทัน)

ระบบการบริหารวัสดุอื่นๆ มีดังนี้
• Requisitions
• Purchase orders
• Goods receipts
• Accounts payable
• Inventory management
• BOM’s
• Master raw materials, finished goods etc

PRODUCTION PLANNING (PP) - ระบบวางแผนการผลิต

เป็นระบบงานที่ใช้จัดทำแผนการผลิตทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยรองรับการจัดทำ Sales Forecast และProduction Forecastได้2ปีล่วงหน้า หรือตามที่กำหนด
สามารถจัดทำแผนการผลิตหลัก (MPS) ของสินค้าสำเร็จรูปได้ตามนโยบายการผลิตที่กำหนด ทั้งในกรณีผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า และผลิตเป็น Stock เผื่อขาย ซึ่งแผนการผลิตที่ได้จะถูกส่งไปเป็นคำสั่งผลิต ในระบบควบคุมการผลิตได้อัตโนมัติ
สามารถคำนวณความต้องการใช้วัตถุดิบ (MRP)ได้ตามสูตรการผลิต ซึ่งหลังจากประมวลผล ระบบจะสร้างแผนการผลิต และแผนการสั่งซื้อให้ตามความต้องการ และ Lead Time ที่กำหนด ซึ่งสามารถนำผลของการ
RUN MRP ไปสร้างคำสั่งผลิตในระบบควบคุมการผลิต และเปิดใบสั่งซื้อในระบบควบคุมการจัดซื้อได้ทันที
สามารถจัดทำแผนความต้องการกำลังการผลิต (CRP)ในแต่ละศูนย์การผลิตได้ โดยพิจารณาจาก Loading Order และ กำลังการผลิตสูงสุดของแต่ละศูนย์การผลิต

• Capacity planning
• Master production scheduling
• Material requirements planning
• Shop floor

QUALITY MANAGEMENT (QM) - ระบบควบคุมคุณภาพ

เป็นระบบงานที่ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลการตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบ(Incoming), สินค้าระหว่างผลิต(In Process) และสินค้าสำเร็จรูป (Final Inspection) ซึ่งสามารถสร้างข้อกำหนดที่ต้องการจะตรวจสอบสินค้าและวิธีการสุ่มตัวอย่างได้เอง ทั้งที่เป็นตัววัดเชิงปริมาณ(วัดค่าได้) และเชิงคุณภาพ (วัดค่าไม่ได้) สามารถบันทึกผลการตรวจสอบได้ทั้งแบบละเอียด และแบบสรุป มีการระบุสาเหตุของเสียหรือข้อบกพร่องที่ตรวจพบ สามารถออกรายงานทางสถิติต่างๆ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ผลของการตรวจสอบ และวัดระดับคุณภาพของสินค้าตลอดกระบวนการ อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับระบบงานการควบคุมสินค้าคงคลัง เพื่อแสดงสถานะของสินค้าในคลังได้


• Planning
• Execution
• Inspections
• Certificates

PLANT MANAGEMENT (PM) - ระบบซ่อมบำรุง และงานดูแลต่างๆ
• Labour
• Material
• Down time and outages

HUMAN RESOURCE (HR) - ระบบบริหารงานบุคคล

ระบบบัญชีเงินเดือน :  Formula Payroll
• Employment history
• Payroll
• Training
• Career management
• Succession planning
มีโมดูลย่อยได้แก่
• Personnel Management (HR-PM)
• Organizational Management (HR-OM)
• Payroll Accounting (HR-PA)
• Time Management (HR-TM)
- Shift Planning
- Work Schedules
- Time Recording
- Absence Determination
- Error handling
• Personnel Development (HR-PD)

TREASURY (TR) - ระบบคลังสินค้า
มีโมดูลย่อยได้แก่
• Cash Management (TR-CM)
• Treasury Management (TR-TM)
• Funds Management (TR-FM)
• Market Risk Management (TR-MRM)

Workflow (WF) – ระบบกระบวนการทำงาน

INSDUSTRY SOLUTIONS (IS) - ระบบจัดการอุตสหกรรม

AP ย่อมาจาก System Application and Product in Data Processing
SAP เกิดขึ้นที่ประเทศเยอรมันในปี 1974 ถูกพัฒนาโดยการใช้โปรแกรม Program ABAP/4 หรือ Advance business application programming โดยปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนาระบบ SAP ให้สามารถใช้งานได้บนมือถือแล้วเรียกว่า SAP Unwire นั่นเอง

SAP เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปทางธุรกิจประเภท ERP ที่ใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วโลกโดยใช้ควบคุมทุกสายงานของบริษัท และสามารถรองรับธุรกิจได้หลายประเภท

จุดเด่นของระบบคือ เป็นระบบที่สามารถทำงานเชื่อมโยงกันแบบ Online และ realtime ซึ่งช่วยลดความซ้ำซ้อนในการบันทึกข้อมูลเเละเพิ่มความถูกต้องของข้อมูลด้วย

SAP มีหลายส่วน(ในขณะนี้เป็นเวอร์ชั่น 6) โดยแบ่งได้คร่าวๆดังนี้
SAP for industry
SAP xApps
mySAP Business Suite
SAP Smart Business Solution
SAP Netweaver สามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นได้

การจะศึกษา SAP นั้นมีหลาย Module ครับซึ่งผู้ที่จะศึกษาส่วนใหญ่จะเน้นไปแต่ละ Module จนเชี่ยวชาญ ซึ่ง Module แบ่งได้หลากหลายดังนี้
FI – โมดูลทางด้านบัญชีการเงิน
CO – โมดูลทางด้านบัญชีจัดการหรือบัญชีบริหาร
AM – โมดูลทางด้านการจัดการสินทรัพย์
SD – โมดูลทางด้านการขายและกระจายสินค้า
MM – โมดูทางด้านการจัดการวัตถุดิบ
PP – โมดูลทางด้านการวางแผนการผลิต
QM – โมดูลทางด้านการวางแผนคุณภาพ
PM – โมดูลทางด้านการซ่อมบำรุงโรงงาน
HR – โมดูลทางด้านการจัดการทรัพยากรบุคคล
WF – โมดูทางด้าน Flow การทำงาน
IS – เป็นส่วนงานเฉพาะกิจ ไม่ใช่โมดูลมาตรฐาน
Project Systems -
System Management – BASIS
Advanced Business Application Programming – ABAP

การทำงานของระบบ SAP จะทำงานแบบ 3-tiers คือ Database Server Layer, Application Server Layer และ Presentation Layer โดยการทำงานจะมี Dispatcher เป็นตัวติดต่อกับ SAP GUI และคอยกระจายงานให้กับ Work Process โดยตัว Dispatcher จะคอยตรวจสอบว่า Work Process ตัวใดว่างก็จะส่งงานให้ทำ จากนั้น Work Process ก็จะเข้าติดต่อกับ DB Process เพื่อนำข้อมูลออกมา

Work Process นั้นมี 5 ตัว ดังนี้
1. Enqueue – จะทำหน้า lock ข้อมูลเพื่อไม่ป้องกันไม่ให้ process เข้ามาทำงานทับซ้อนได้ในขณะที่ process ใด process หนึ่งทำงานอยู่
2. Dialog – เป็นส่วนที่ติดต่อกับ User
3. Background – เป็น process ที่ถูกรันอยู่ข้างหลังตลอดเวลา เช่น เราตั้งเวลาให้ process นี้ทำการตัดยอดทุกเที่ยงคืนเป็นต้น
4. Spool – เป็น process ที่ควบคุมการทำงานของเครื่องพิมพ์ โดยทำหน้าที่เก็บ log file ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้สั่งพิมพ์ เวลาพิมพ์ พิมพ์จากเครื่องใด เป็นต้น
5. Update V1, V2 – เป็น process ที่คอยทำงานกับข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ (Mass Data) โดย process จะแบ่ง priority เป็น 2 ระดับคือ V1 และ V2 โดยเราสามารถกำหนดให้ work process ทำงานแบบนี้ เช่น V1 > V2 นั่นหมายถึง V2 จะมี priority ในการทำงานต่ำกว่า V1 เป็นต้น

ภายใน Work Process แต่ละอัน จะประกอบด้วยส่วนต่างๆดังนี้

ส่วนที่ 1 Dialog Work Process ประกอบด้วย
Task Handler
ABAP Processor
DYNPRO Processor – ทำหน้าที่ประมวลผลบนหน้าจอ
DB Interface – เป็นตัวแปลคำสั่ง Database

ส่วนที่ 2 Local Memory ประกอบด้วย
User Context
Memory Space
List buffer

ส่วนประกอบของ work process

ระบบ SAP สามารถติดต่อฐานข้อมูลกับค่ายอื่นๆได้หลากหลาย แต่ที่นิยมมีอยู่ 5 ค่ายดังนี้
1. Informix
2. DB2
3. DB4
4. MSSQL
5. Oracle

การ Implement ระบบ SAP ส่วนใหญ่แบ่งเป็น 2 แบบคือ

1. 2 System Landscape

จากรูปการ Implement ลักษณะนี้จะมีข้อดีคือประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้าน Hardware เพราะเราไม่ต้องเพิ่ม Server เพื่อทำการทดสอบ Production ก่อนขึ้นจริง แต่ก็จะมีข้อเสียคือ เสี่ยงหาก Production เกิดข้อผิดพลาด ถ้างานไม่สมบูรณ์ ซึ่งวิธีนี้ทาง SAP ไม่แนะนำ

2. 3 System Landscape

จากรูป การ Implement ลักษณะนี้จะมีข้อดี คือได้มีการทดลองงานต่างๆ ก่อนขึ้น production จริง ทำให้งานมีประสิทธิภาพ แต่ ข้อเสีย ก็คือ ต้องมีค่าใช้จ่ายเพื่อวาง server เพิ่ม แต่ทาง SAP แนะนำให้ใช้วิธีนี้


คำศัพท์ที่ควรรู้ในระบบงาน SAP

- Module/Sub-Module คือ ระบบงาน/ระบบงานย่อย เช่น FI, AP, AM Submodule เป็นต้น
- Configuration – คือการกำหนดค่าให้ระบบสามารถทำงานตามที่วางแผนไว้ได้ตามผู้ใช้งาน
- System Parameter คือค่าที่ต้องระบุให้ระบบสามารถทำงานได้
- Session คือ หน้าจอการทำงานของระบบ SAP ซึ่งปกติระบบจะอนุญาติให้ทำงานได้พร้อมกัน 6 session
- Transaction Code คือ รหัสหมายเลขของหน้าจอการทำงาน เช่น หน้าจอการสร้างรหัสบัญชี คือ FSS0

การทำงานในระบบ SAP แบ่งออกเป็น 3 ทีม ดังนี้
1. ทีม Consult
2. ทีม Configuration
3. ทีม ABAP

คำสั่งใน SAPGUI

/o – open session ใหม่
/n – ปิด program
/nex – logoff จากระบบ SAP
/i – ลบ session ที่ทำงานอยู่ปัจจุบัน
/bend
/nSkip

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของ SAP

41Z9HSY09GL._SS500_

ขอขอบคุณ

ที่มา http://www.amazon.com/exec/obidos/ASIN/0471179965/sapinformation0e/102-4244053-0591316

ที่มา  http://www.apacsoftware.co.th/modules.php?name=InventoryControl

http://mybi-dw.blogspot.com/2011/10/sap.html

ที่มา  http://www.bbs.co.th/Manufacturing_SF.html

ที่มา  http://www.crystalsoftwaregroup.com/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=1187&directory=8473&contents=3330

ที่มา  http://www.prosoft.co.th/index.php?option=com_content&task=view&id=486&Itemid=815

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s