1.เทคโนโลยีเชิงความร่วมมือประกอบด้วยอะไรบ้าง

เทคโนโลยีเชิงความร่วมมือประกอบด้วยระบบต่างๆ ดังนี้

Material Resource Planning (MRP) หมายถึง ระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในการจัดทำแผนความต้องการวัสดุ โดยมีองค์ประกอบของข้อมูลนำเข้าที่สำคัญ 3 รายการคือ ตารางการผลิตหลัก แฟ้มข้อมูลบัญชีรายการวัสดุ (Bill of Material File) และ แฟ้มข้อมูลสถานะคงคลัง (Inventory Status File)

Customer Resource Management (CRM) หมายถึง ระบบสารสนเทศเพื่อบริหารความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรและลูกค้า เพื่อให้เป็นความสัมพันธ์ระยะยาว โดยระบบนี้จะศึกษาพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า ความสนใจ ความต้องการ เพื่อให้องค์กรนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์และนำสินค้าเสนอต่อลูกค้าให้ใกล้เคียงกับที่ลูกค้าสนใจ และการบริการหลังการขายแก่ลูกค้า ลดการสูญเสียลูกค้า ลดต้นทุนการตลาด เพิ่มรายได้จากการที่ลูกค้าซื้อและแนะนำให้คนรู้จักซื้นสินค้าขององค์กร

images (1)

Finance Resource Management (FRM) หมายถึง ระบบสารสนเทศที่เน้นให้บริการเกี่ยวกับการเงินและบัญชี  โดยอิงตามกฏระเบียบและข้อบังคับตามที่ประเทศนั้นๆ กำหนด FRM ถือเป็นส่วนประกอบหลักของโครงสร้าง ERP ทั้งหมด โดยผลลัพธ์จากการประมวลผลของ FRM มักจะออกมาในรูปแบบรายงาน ทั้งรายงานสำหรับระดับปฏิบัติการ รายงานสำหรับผู้บริหาร และรายงานสำหรับหน่วยงานภายนอก เช่น กรมบัญชีกลาง กรมสรรพากร เป็นต้น

Human Resource Management (HRM) หมายถึงระบบสารสนเทศเพื่อการบริการงานทางบุคคล จัดประกอบด้วยข้อมูลพื้นฐานของพนักงานในองค์กร  ข้อมูลพื้นฐานของโครงสร้างองค์กร การประมวลผลเกี่ยวกับเงินเดือน เป็นต้น

Supply Chain Management (SCM) หมายถึง ระบบสารสนเทศเพื่อจัดการกระบวนการไหลของวัสดุ สินค้าตลอดจนข้อมูลและธุรกรรมต่างๆ ผ่านองค์กรที่เป็นผู้ส่งมอบ ผู้จัดจำหน่าย ไปจนถึงลูกค้า โดยที่องค์กรต่างๆ มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจต่อกัน

ที่มา http://www.etda.or.th/etda_website/mains/display/1497

ERP คืออะไร

ERP ย่อมาจาก Enterprise Resource Planning หมายถึง การวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กรโดยรวม เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดของทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กร

ERP จึงเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้ในการบริหารธุรกิจเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในองค์กร อีกทั้งยังช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนและบริหารทรัพยากรขององค์กรโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ERP จะช่วยทำให้การเชื่อมโยงทางแนวนอนระหว่างการจัดซื้อจัดจ้าง การผลิต และการขายทำได้อย่างราบรื่น ผ่านข้ามกำแพงระหว่างแผนก และทำให้สามารถบริหารองค์รวมเพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด

ระบบ ERP เป็นระบบสารสนเทศขององค์กรที่นำแนวคิดและวิธีการบริหารของ ERP มาทำให้เกิดเป็นระบบเชิงปฏิบัติในองค์กร ระบบ ERP สามารถบูรณาการ (integrate)รวมงานหลัก (core business process) ต่างๆ ในบริษัททั้งหมด ได้แก่ การจัดจ้าง การผลิต การขาย การบัญชี และการบริหารบุคคล เข้าด้วยกันเป็นระบบที่สัมพันธ์กันและสามารถเชื่อมโยงกันอย่าง real time ประกอบด้วย

1.ระบบบัญชีและการเงิน (Financial Accounting) – เป็นระบบที่มีการเชื่อมต่อกับระบบงานย่อยอื่นอย่างสมบูรณ์ สามารถบันทึกรายการบัญชีทันทีจากระบบงานย่อยต่างๆ จึงช่วยลดงานด้านการบันทึกรายการเดินบัญชีได้มาก นักบัญชีสามารถปรับเปลี่ยนการทำงานเพื่อวิเคราะห์ควบคุม และบริหารงานบัญชีได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังทำให้ข้อมูลทางบัญชีต่างๆได้รับการปรับให้ถูกต้องตามรายการที่เกิด ช่วยให้ผู้บริหารติดตามผลการดำเนินงานได้ตลอดเวลา ประกอบด้วยระบบบัญชีแยกประเภททั่วไป ระบบบัญชีลูกหนี้ ระบบบัญชีเจ้าหนี้ ระบบบัญชีศูนย์ต้นทุน /ศูนย์กำไร ระบบบริหารงบประมาณ

 2. ระบบบัญชีทรัพย์สินถาวร (Asset Management) ระบบงานย่อยใช้รองรับการควบคุมสินทรัพย์ โดยระบบบัญชีทรัพย์สินถาวรจะเชื่อมกับระบบบัญชีแยกประเภททั่วไป สำหรับทุกรายการบัญชีที่เกิดขึ้น

3. ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resource Administration) ช่วยสนับสนุนการติดต่อสื่อสาร ระหว่างองค์กรกับพนักงาน ช่วยอำนวยความสะดวกให้นักงานเข้ามาสร้าง เรียกดูและแก้ไขข้อมูลของตนเอง นอกจากนั้นยังช่วยในการบริหารจัดการวงจรของพนักงาน ตั้งแต่การคัดเลือกพนักงานเข้าทำงาน ค้นหาและเลือกพนักงานที่เหมาะสมกับงาน สร้างมาตรฐานในการวัดผลการปฏิบัติงาน สามารถกำหนดแผนการฝึกอบรมพนักงานให้เป็นไปตามความเหมาะสม

4. ระบบพัฒนาทรัพยากรบุคคล (Human Resource Development) ช่วยในการพัฒนาความรู้ ทักษะ ความสามารถและศักยภาพของพนักงาน วางแผนความก้าวหน้าในสายอาชีพของทรัพยากรบุคคล

5. ระบบจัดซื่อจัดหาและบริหารสินค้าคงคลัง (Purchasing and Inventory Management)ระบบนี้ประกอบด้วยระบบย่อยเพื่อรองรับกระบวนการทำงานของผู้ใช้ ดังนี้
– ระบบจัดซื้อจัดหา (Purchasing) สนับสนุนงานด้านการจัดซื้อจากหน่วยงานต่างๆ การทำใบสั่งซื้อ การรับสินค้า และเรื่องใบแจ้งหนี้
– ระบบบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory Management) รองรับการบันทึกรายละเอียดข้อมูลพัสดุ สถานะของพัสดุ สถานที่เก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวของพัสดุ ข้อมูลพัสดุคงเหลือ การรับพัสดุเข้าคลังการเบิกจ่ายพัสดุ การโอนย้ายพัสดุ การตรวจนับพัสดุประจำงวด ระบบจะบันทึกรายการทางบัญชีโดยอัตโนมัติที่ระบบบัญชีการเงิน

6. ระบบบริหารสินค้าคงคลัง (Warehourse Management) นำอินเทอร์เน็ตมาใช้ร่วมกับรูปแบบในการจัดซื้อจัดจ้างทางธุรกิจ รูปแบบการทำธุรกิจแบบนี้จะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้เกิดตลาดที่ผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมาก สามารถพบกันได้ โดยมีต้นทุนทั้งเรื่องของเงินและเวลาน้อยที่สุด สามารถจัดการซื้อขายในรูปแบบ Dynamic Prices ทำให้ผู้ซื้อได้รับประโยชน์ในการหาผู้ขายที่สามารถให้ราคาและเงื่อนไขที่เหมาะสมกับองค์กร ทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตได้ เปิดประมูลผ่านอินเทอร์เน็ต จัดเก็บข้อมูลการเสนอราคา กำหนดเงื่อนไขการประมูล

7. ระบบบริหารการขายและการกระจายสินค้า (Sales and Distribution) เป็นระบบสำหรับประมวลผลรายการขายโดยครอบคลุมตั้งแต่การจัดทำใบเสนอราคา การบันทึกการขาย การจัดส่งสินค้า จนถึงการออกใบแจ้งหนี้ ประกอบด้วยระบบงานย่อย ดังนี้
– ระบบขาย (Sale)
– ระบบการจัดส่งสินค้า (Shipping & Delivery)
– ระบบการแจ้งหนี้ (Billing)
ระบบย่อยจะเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน ส่วนระบบบริหารการขายและการกระจายสินค้าจะเชื่อมโยงกับระบบอื่นๆ ให้ปรับปรุงข้อมูลขณะปฏิบัติงานจริง เรียกดูรายงานที่รวดเร็ว ถูกต้อง เชื่อมโยงข้อมูลของระบบงานอื่นๆ ไว้ในรายงานฉบับเดียวกัน เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและสนันสนุนการตัดสินใจในการปฏิบัติงาน เช่น การทำใบบันทึกการขาย ทำการตรวจสอบวงเงินเชื่อของลูกค้าโดยอัตโนมัติ แบบ Real Time ตรวจสอบและจองปริมาณสินค้าในคลังได้อัตโนมัติ

8. ระบบการบำรุงรักษา (Paint Maintenance) ใช้เก็บข้อมูลทางเทคนิคของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ส่งกระแสไฟฟ้า เช่น สถานีส่งไฟฟ้าอุปกรณ์ส่งไฟฟ้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานบำรุงรักษา จัดการค่าใช้จ่าย การประเมินประสิทธิภาพ รวมทั้งประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ครอบคลุมถึงการปฏิบัติงาน การกำหนดตารางการบำรุงรักษา รายละเอียดงานที่เกี่ยวข้อง จำนวนทรัพยากรที่ต้องใช้ เวลา และงบประมาณที่เกี่ยวข้อง จัดเก็บรายละเอียดประวัติงานประจำวัน และสนับสนุนข้อมูลเพื่อประกอบการวิเคราะห์และตัดสินใจของผู้บริหาร

9. ระบบบริหารการผลิต (Production Planning) รองรับการบริหารการผลิต โดยแยกกระบวนการย่อยได้ ดังนี้
– การวางแผนการบริหารการผลิต (Production Planning)
– การผลิตผ่านใบสั่งผลิต (Production Order)
– การผลิตแบบต่อเนื่อง (Repetitive Manufacturing)
ระบบย่อยต่างๆ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน และระบบบริหารการผลิตสามารถเชื่อมโยงกับระบบอื่นๆ รวมถึงการปรับปรุงข้อมูล ณ ปฏิบัติงานจริง เรียกดูรายงานได้รวดเร็ว ถูกต้อง และเชื่อมโยงกับระบบงานอื่น เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจ การเชื่อมโยงกับระบบบริหารการผลิตกับระบบอื่นๆ ได้แก่
– ระบบบริหารการขายและการกระจายสินค้า (Sales and Distribution)
– ระบบจัดซื้อจัดหาและบริหารสินค้าคงคลัง (Purchasing and Inventory Management)
– ระบบบัญชีศูนย์ต้นทุน / ศูนย์กำไร (Cost Center Accounting)

10. ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Excutive Information System) สร้างคลังข้อมูลสารสนเทศ (Data Warehouse) สนับสนุนการบริหารจัดการ การตัดสินใจของผู้บริหาร เชื่อมโยงการถ่ายโอนข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากระบบงานอื่นภายในหน่วยงานได้โดยอัตโนมัติตามระยะเวลาที่กำหนด เชื่อมโยงและถ่ายโอนข้อมูลจากแหล่งข้อมูลภายนอก การดึงข้อมูลจากคลังข้อมูลมาวิเคราะห์ คำนวณ สนับสนุน จัดทำรายงานข้อมูลสารสนเทศสำหรับผู้บริหารตามระยะเวลาที่กำหนด ด้วยการใช้ข้อมูลจากระบบ ERP อนุญาตให้ผู้บริหารวิเคราะห์ข้อมูลข้ามสายงานที่ซับซ้อน รวมทั้งสนับสนุนวิธีการและเทคนิคการจัดการกลยุทธ์

11. ระบบการบริหารโครงการ (Project Management) รองรับการวางแผนและจัดการงบประมาณรวมทั้งค่าใช้จ่ายสำหรับงานโครงการ เช่น งานโครงการก่อสร้างหรืองานบำรุงรักษาแบบป้องกัน ระบบบริหารโครงการประกอบด้วยฟังก์ชั่นงานหลัก ดังนี้

– ฐานข้อมูลโครงการ (Project Master) ส่วนงานที่รองรับการเก็บข้อมูลโครงการ (Project) และงานในโครงการ (Work Breakdown Structure – WBS) กำหนด Milestone และกำหนดงานเป็น Hierarchy รวมทั้งสามารถจัดเก็บข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ของงานหรือโครงการ เช่น วันที่เริ่มต้นและวันที่สิ้นสุด นอกจากนี้ระบบยังสามารถรองรับ การแสดงข้อมูลโครงการในลักษณะ Graphic หรือ Gantt Chart ได้ด้วย

– การจัดการงบประมาณคโครงการ (Project Budgeting) ช่วยควบคุมงบประมาณแต่ละโครงการ จัดเก็บงบประมาณของโครงการในแต่ละปี มีส่วนช่วยในการจัดตั้งและติดตามงบประมาณ

– การวางแผนโครงการและกำหนดตารางการทำงาน (Project Planning & Scheduling)

– การจัดเก็บและจัดสรรค่าใช้จ่าย (Project Settlement) รองรับการจัดเก็บข้อมูลด้านการเงิน บันทึกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น (Work Breakdown Settlement) และอ้างอิงกับเอกสารบันทึกค่าใช้จ่าย ในระบบบัญชีและการเงิน (Financial Accounting) เพื่อตรวจสอบได้

 12. ระบบบริหารการเงิน (Treasury) รองรับการวางแผนการเงินให้สอดคล้องกับงานโครงการต่างๆ ทั้งด้านรายรับรายจ่าย เพื่อทราบสถานการไหลของเงินเข้าออก จัดหาแหล่งของเงินมารองรับโครงการต่างๆ ที่จัดให้มีขึ้น รวมทั้งแผนการจ่ายชำระหนี้ตามงวดที่ถึงกำหนด ตามสกุลองค์กรได้หลายสถานการณ์ตามเงื่อนไขขององค์กร ประกอบด้วยระบบงานย่อย ดังนี้

– ระบบบริหารเงินสด (Cash Management) สามารถประมาณการรับจ่ายเงิน สำหรับในช่วงระยะเวลาที่ต้องการ รองรับการกระทบยอดกับธนาคารได้
– ระบบงบประมาณและบริหารกองทุน (Budgeting & Fund Management) กำหนดโครงสร้างของงบประมาณ แบ่งตามประเภทของงบประมาณ สรุปผลต่างของงบประมาณและยอดที่ใช้จริง ควบคุมการจ่ายเงินตามแหล่งของเงินทุนตามงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ

13. ระบบการจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Enterprise Management) สนับสนุนการจัดการธุรกิจเชิงการจัดการเพิ่มมูลค่าของกิจการ สนับสนุนและจัดลำดับความสำคัญของการตัดสินใจตามเป้าหมายโดยรวมขององค์กร นำเสนอข้อมูลให้ผู้บริหารวิเคราะห์ข้ามสายงานที่ซับซ้อน เชื่อมโยงข้อมูลที่มาจากสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง ระบบงานประกอบด้วย
– การตรวจสอบประสิทธิภาพขององค์กร Corporate Performance Monitor) สนับสนุนการกำหนด วิเคราะห์ และให้มุมมองและตีความของตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการใช้เทคนิคมุมมองใหม่ๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ ช่วยสร้างแบบจำลอง ช่วยประเมินตนเองได้
– จำลองและวางแผนทางธุรกิจ (Business Planning and Simulation) สนับสนุนการรวมกลยุทธ์ การวางแผนการปฏิบัติการของธุรกิจบนโครงสร้างข้อมูล ให้สอดคล้องกัน รวมถึงสร้างแบบจำลองเชิงเส้นที่เปลี่ยนแปลงได้ การจำลองสถานการณ์ การวางแผนเหตุการณ์ การประเมินค่าของความเสี่ยงธุรกิจ การจัดสรรทรัพยากรในส่วนการวางแผนธุรกิจและการพยากรณ์ที่เกิดจากเป้าหมายกลยุทธ์ KPI

14. ระบบ Enterprise Portal นำเอาหน้าจอของระบบงานที่ผู้ใช้ต้องการเรียกมาแสดงผ่าน Web page เช่น E-mail inbox, หน้าจอการทำงาน Module การใช้งานสามารถเข้าใช้ทุกระบบได้ ผ่านการ Login เพียงหนึ่งครั้ง ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการแสดงผลของ Webpage ได้ตาม User ที่ Login เข้ามา เรียกใช้งานระบบจากที่ใดก็ได้ที่มีเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

ที่มา http://www.openerpthailand.org/viewtopic.php?f=4&t=443

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s